The Guardian Football นัดต่อไป เยือน Everton · 6 ก.ย. 14:00 น. 1 วันที่แล้ว transfer_talk สรุปข่าวโดย AI

ศึกชิงบัลลังก์ "กุนซือเลือดปิศาจ" แมนยู ปะทะ อิปสวิช เกมที่ไม่มีคำว่าแพ้สำหรับคาร์ริค

The Guardian Football 30 Aug 2026
ตราสโมสร Manchester United
4 19m
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบกระทู้



รายงานผลการแข่งขัน
Match Preview


ศึกชิงบัลลังก์ "กุนซือเลือดปิศาจ" แมนยู ปะทะ อิปสวิช เกมที่ไม่มีคำว่าแพ้สำหรับคาร์ริค



นัดนี้ไม่ได้แค่ชี้ชะตา 3 แต้ม แต่มันคือศักดิ์ศรีของนายใหญ่สองคนที่เคยนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด




ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที




วัสดีแฟนบอลทุกคน วันนี้เรามีเกมที่หลายคนจับตามองเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะชื่อชั้นของคู่แข่ง แต่เพราะมันคือ "ดาร์บี้แมตช์" ในความรู้สึกของแฟนผีทั้งหลาย เกมระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อิปสวิช ทาวน์ ที่ใครๆ ก็ขนานนามว่า "ศึกอาร์โนลด์ มูห์เรน ดาร์บี้" ฟังดูไม่คุ้นหูใช่ไหม? ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไมเกมนี้มันถึงชวนน้ำลายสอขนาดนี้



พูดตรงๆ ว่าโปรแกรมนี้ตอนแรกที่ออกมา หลายคนรวมถึงตัวผมเองด้วย มองว่ามันเป็นคู่ที่ค่อนข้าง "เบา" สำหรับช่วงเย็นวันอาทิตย์ แต่หลังจากผ่านแค่นัดเปิดฤดูกาล มันกลับกลายเป็นเกมที่ "เดือด" ชนิดที่ผู้จัดรายการคงแอบยิ้มกรุ้มกริ่ม เพราะผลงานของทั้งสองทีมมันช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว อิปสวิช เปิดหัวด้วยการชนะ ซันเดอร์แลนด์ มาแบบสวยหรู ขณะที่ แมนยู กลับไปพลาดท่าสะดุดขาตัวเองแพ้ให้กับ ฮัลล์ ซิตี้ ชนิดที่แฟนบอลอย่างเราเห็นแล้วต้องเอามือทาบอก



ที่มา


เรื่องมันมีอยู่ว่า ไมเคิล คาร์ริค กุนซือคนปัจจุบันของอิปสวิช คืออดีตมิดฟิลด์ตัวปั้นเกมของแมนยู และเคยคุมทีมปีศาจแดงแบบชั่วคราวถึงสองครั้ง ซึ่งสถิติของเขาตอนนั้นถือว่าโหดมาก ชนะถึงสองในสามของเกมที่คุม แต่ตอนนี้เขากลับมาอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมกับความทะเยอทะยานที่จะพิสูจน์ว่า สิ่งที่ทำได้ตอนคุมทีมชั่วคราว มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือฝีมือจริงๆ



สิ่งที่ทำให้เกมนี้มันน่าสนใจกว่าที่คิด คือสไตล์การเล่นของคาร์ริคที่สวนทางกับโค้ชเลือดใหม่ยุคนี้โดยสิ้นเชิง เขาไม่ได้เน้นเพรสซิ่งบ้าคลั่งหรือวิ่งชนใส่คู่ต่อสู้ตลอด 90 นาที แต่เขาเลือกที่จะ "นิ่ง" และ "ยืดหยุ่น" รอจังหวะเล่นงาน ซึ่งมันคืออาวุธที่อันตรายที่สุดสำหรับทีมใหญ่อย่างแมนยูที่กำลังขาดความมั่นใจ



ไมเคิล คาร์ริค ยังรักษาสถิติสุดภูมิใจในการชนะสองในสามของเกมที่คุมแมนยู (ทั้งสองช่วงเวลา)


มุมมอง


ต้องบอกว่าในฐานะคอลัมนิสต์ ผมมองว่าสถิติการ "คัมแบ็ค" ของคาร์ริค มันน่ากลัวมาก เขาเป็นคนที่เวลาทีมพลาดพลั้ง มักจะกลับมาแก้ตัวได้อย่างแข็งแกร่งเสมอ จำได้ไหมฤดูกาลที่แล้ว หลังแพ้นิวคาสเซิล พวกเขากลับมาถล่มแอสตัน วิลล่า คาบ้าน หรือหลังแพ้ลีดส์ในบ้าน พวกเขาบุกไปชนะเชลซีถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ นี่คือสิ่งที่แฟนผีต้องระวังให้มาก เพราะอิปสวิชในเวลานี้คือทีมที่ "เขี้ยว" พอๆ กับทีมใหญ่ๆ เหล่านั้น



อีกหนึ่งมุมที่ผมมองว่าสำคัญไม่แพ้กัน คือความกดดันที่ตกอยู่กับกุนซือแมนยูคนปัจจุบัน หลังแพ้ฮัลล์มา เกมนี้คือบทพิสูจน์ว่าเขาจะกู้สถานการณ์กลับมาได้หรือไม่ ถ้าพลาดอีก ท่าทีของแฟนบอลและบอร์ดบริหารอาจไม่นุ่มนวลอย่างที่คิด เพราะการแพ้ให้ทีมที่โค้ชเป็น "ตำนาน" ของสโมสรตัวเอง มันคือความเจ็บปวดสองเท่า ทั้งเสียคะแนน ทั้งเสียหน้า



อย่าลืมว่าคู่แข่งของแมนยูในวันนี้ไม่ได้มาอ้อน ๆ อิปสวิชของคาร์ริคเล่นกันเป็นระบบ มีระเบียบวินัย และที่สำคัญพวกเขามีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมจากการชนะนัดเปิดฤดูกาล ขณะที่แมนยูยังดูไร้ทิศทาง เกมนี้ผมว่ามันจะไม่ได้จบสวยสำหรับเจ้าบ้าน ถ้าพวกเขายังเล่นแบบเดิมๆ ที่แพ้ฮัลล์



💡

ฟันธงได้เลยว่านี่คือนัดที่ "วัดใจ" ของแมนยูจริงๆ ถ้ายังอยากให้แฟนบอลเชื่อมั่นในโปรเจกต์ ก็ต้องชนะให้ได้ แต่ถ้ายังออกอาการเหมือนเกมที่แล้ว ผมว่าอิปสวิชมีดีพอที่จะทำเซอร์ไพรส์กลับไปได้เลย เกมนี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และคาร์ริคคือคนที่รู้ดีที่สุดว่าจะเจาะจุดอ่อนทีมเก่าของตัวเองยังไง



ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ


#ManchesterUnited #IpswichTown #PremierLeague

ความคิดเห็น 6

กำลังโหลดความคิดเห็น...