อัปเดตตลาดซื้อขาย
Transfer News
ตลาดจะปิดแล้ว แต่ลิเวอร์พูลยังเมามันไม่เลิก: ดึงบาร์โคล่า 123 ล้านปอนด์ แต่ช่องโหว่แดนกลาง-แบ็กขวาใครจะมาแก้?
นาทีนี้ทั้งลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตันกำลังวุ่นวายสุดขีด ก่อนเส้นตายวันอังคารจะมาถึง
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 3 นาที
นาทีนี้ทั้งเกาะอังกฤษแทบทั้งเกาะจับตาโต๊ะซื้อขายนักเตะเป็นตาเดียว เพราะเส้นตายเดดไลน์เดย์กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่คืนที่เงียบเหงาแน่นอน เพราะข่าวใหญ่สุดที่ปล่อยออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วคือการที่ลิเวอร์พูลกำลังจะคว้าตัว แบรดลีย์ บาร์โคล่า ปีกจอมเลื้อยจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัวมหาโหด 123 ล้านปอนด์
ฟังเผินๆ มันคือดีลที่ทำให้แฟนบอลหงส์แดงต้องตื่นเต้นสุดขีด เพราะบาร์โคล่าไม่ใช่ดาวรุ่งธรรมดาๆ เขาคือปีกที่เก่งทั้งยิงทั้งจ่าย เล่นได้ทั้งสองขอบสนาม และอายุยังน้อยอีกต่างหาก แต่ถ้าลองขยับแว่นแล้วมองให้ลึกกว่านั้น มันกลับทำให้ผมรู้สึกขัดใจอยู่ลึกๆ เพราะการได้บาร์โคล่ามันไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของทีมในเวลานี้เลยสักนิด
อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมไม่ได้บอกว่าบาร์โคล่าไม่ดี หรือลิเวอร์พูลไม่ควรซื้อเขา แต่ปัญหามันอยู่ที่ "ตำแหน่ง" ที่ทีมต้องการเสริมจริงๆ มันไม่ใช่ปีกน่ะสิ ฤดูกาลนี้ใครที่ดูหงส์แดงเล่นคงเห็นภาพเดียวกันหมดว่าแผงกลางของทีมมันตื้อแค่ไหน การขาดกองกลางตัวคุมจังหวะที่แท้จริงทำให้เกมของทีมขาดมิติ ขาดความเฉียบขาดในการจ่ายบอลทะลุแนวรับ และที่แย่กว่านั้นคือแบ็กขวาที่ตอนนี้แทบไม่มีตัวเลือกที่ไว้ใจได้เลย
เกมล่าสุดที่บุกไปโดนน็อตติงแฮม ฟอเรสต์เล่นเอาต้องไล่ตีเสมอ 2-2 ในช่วงทดเจ็บ มันคือหลักฐานชิ้นโบว์แดงว่าปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เกมรุก แต่คือความเปราะบางในแนวรับและการเสียสมดุลในแดนกลางต่างหาก ตัวผู้จัดการทีมอย่าง อันโดนี อิราโอลา ก็ดูจะรู้ดีว่าทีมตัวเองยังไม่พร้อม โดยเขาออกมาพูดหลังเกมว่า "เรายังไม่รู้เลยว่าทีมจะออกมาเป็นแบบไหนในวันที่ 2 กันยายน" ซึ่งฟังแล้วมันคือการส่งสัญญาณชัดเจนว่ายังมีงานที่ต้องทำอีกมากก่อนตลาดจะปิด
การที่ลิเวอร์พูลทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสรเพื่อดึงปีกเข้ามา ทั้งที่ตำแหน่งที่บกพร่องหนักๆ ยังไม่ได้เติม มันทำให้อดคิดไม่ได้ว่ากลยุทธ์ของสโมสรในตอนนี้มันดู "มึน" ไปหน่อย หรืออาจจะเป็นการซื้อเพื่อเอาใจแฟนบอลมากกว่าจะแก้เกมให้ถูกจุด? เพราะถ้าดูจากสถิติแล้ว ปีกเป็นตำแหน่งที่พวกเขามีตัวเลือกเยอะอยู่แล้ว แต่คุณภาพของกองกลางตัวรับกับแบ็กขวาต่างหากที่เป็นจุดบอดที่แท้จริง
อีกด้านหนึ่ง เอฟเวอร์ตันก็ไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขากำลังเจรจากับโมนาโกเพื่อดึงตัว โฟลาริน บาล็อกง กองหน้าดาวรุ่งเลือดแยงกี้มาร่วมทีม หลังจากที่ตกลงปล่อย เบโต้ ให้ฟิออเรนติน่าไปแล้ว ซึ่งนี่คือการปรับขุมกำลังที่ดูมีเหตุผลมากกว่า เพราะอย่างน้อยพวกเขาก็รู้ว่าตัวเองขาดอะไรและต้องหาอะไรมาแทน
ส่วนอีกหนึ่งข่าวที่หลายคนอาจมองข้ามไป คือการที่ นิค โวลเตมาเด้ กองหน้าตัวสูงจากนิวคาสเซิลกำลังจะย้ายแบบยืมตัวไปอยู่กับยูเวนตุส หลังจากที่เพิ่งย้ายมาอยู่ไทน์ไซด์ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร 69 ล้านปอนด์เมื่อปีที่แล้ว นี่มันคือตัวอย่างของดีลที่ดูดีบนกระดาษแต่ไม่เวิร์กในสนามจริงๆ และมันสะท้อนให้เห็นว่าการซื้อนักเตะแพงๆ ไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมอยากฝากไว้คือ ตลาดซื้อขายมันไม่ได้ตัดสินแค่การซื้อนักเตะชื่อดัง แต่ตัดสินที่การแก้ปัญหาให้ถูกจุด ถ้าลิเวอร์พูลยังมัวแต่เมามันกับการดึงปีกแพงๆ เข้ามาโดยไม่มองช่องโหว่ในแดนกลางและแบ็กขวา ผมก็ไม่แปลกใจถ้าฤดูกาลนี้พวกเขาจะต้องเจ็บปวดกับผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังอีกครั้ง เพราะฟุตบอลมันไม่ได้เล่นกันบนกระดาษหรือในโซเชียลมีเดีย แต่เล่นกันในสนามจริงๆ ต่างหาก
ฟังนะ ลิเวอร์พูล ถ้าคิดจะชูถ้วยอะไรสักใบในฤดูกาลนี้ รีบๆ ไปหากองกลางตัวรับกับแบ็กขวาเข้ามาซะก่อนตลาดจะปิด ไม่งั้นดีล 123 ล้านปอนด์ก็เป็นแค่ของเล่นชิ้นโตที่ทำให้แฟนบอลตื่นเต้นได้ไม่กี่วัน แล้วก็กลับมานั่งปวดหัวกับผลงานในสนามเหมือนเดิม
ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ


ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...