วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
เชียร์คี่กับฮาลันด์พร้อมซัด เรือใบน่ากลัวพอเขี่ยปืนใหญ่ตกบัลลังก์ได้จริงหรือ?
เมื่อเครื่องจักรสีฟ้าคืนฟอร์ม เกมรุกที่โหดสุดในลีกอาจไม่ใช่ของอาร์เซนอลอีกต่อไป
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
เรื่องนี้ผมบอกตรงนี้เลยว่า ใครที่คิดว่าแมนฯ ซิตี้จบแล้ว แพ้แล้ว หมดยุคแล้ว ขอให้กลับไปดูเกมวันศุกร์ให้ดีๆ เพราะสิ่งที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปั้นออกมามันไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่มันคือคำประกาศกร้าวว่า "พวกเรายังอยู่ตรงนี้ และพร้อมจะแย่งแชมป์คืน"
หลายคนมองว่าฤดูกาลนี้เรือใบสีฟ้าดูไม่คม ไม่มีความเฉียบขาดเหมือนเดิม เสียประตูง่าย แพ้เกมที่ควรชนะ จนหลุดจากจ่าฝูงให้อาร์เซนอลแซงหน้าไป แต่เกมล่าสุดที่ได้ทั้ง ราย็อง เชียร์กี และ เออร์ลิง ฮาลันด์ ลงประสานงานกัน มันคือภาพที่ทีมอื่นต้องสั่น เพราะจู่โจมได้ทั้งสองฝั่ง เอาชนะแนวรับได้ทั้งลูกกลางอากาศและลูกเท้าสู่พื้น
ประเด็นสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือ เชียร์กี ไม่ใช่แค่ตัวป้อนบอลเฉยๆ เขาคือ "กุญแจล็อค" ที่ทำให้ฮาลันด์หลุดจากกรงที่คู่แข่งชอบขังไว้ ก่อนหน้านี้เวลาแค่ฮาลันด์โดนประกบตัวต่อตัว เกมรุกซิตี้จะตันเพราะไม่มีใครสร้างพื้นที่ให้ แต่พอมีเชียร์กีคอยดึงตัวประกบออกมา มันเปิดช่องว่างให้กองหน้าชาวนอร์เวย์ได้วิ่งหาพื้นที่สังหาร นี่คือเคมีที่เป๊ปตามหามาทั้งฤดูกาล
ถามว่าแล้วมันพอจะเขี่ยอาร์เซนอลตกบัลลังก์ได้มั้ย? ผมบอกได้เลยว่า "ได้" แต่ต้องแลกกับอีกหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เกมรุกที่กลับมาคม เพราะปืนใหญ่ของมิเกล อาร์เตต้า ก็ไม่ได้โง่ พวกเขารู้วิธีเอาตัวรอดจากเกมกดดันมาแล้วทั้งฤดูกาล
เกมที่ ซิตี้ ถล่มคู่แข่งเมื่อวันศุกร์ ไม่ใช่แค่เรื่องของสกอร์ แต่มันคือการคืนชีพของสไตล์การเล่นที่เคยทำให้ทั้งยุโรปหวาดกลัว การครองบอลที่แน่นขึ้น การเพรสซิ่งที่ดุดันขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ "ความโหด" ในกรอบเขตโทษที่กลับมาแล้ว
ฮาลันด์เองก็กลับมาดูหิวอีกครั้ง หลังจากช่วงที่ผ่านมาดูหลุดฟอร์ม ยิงพลาดง่ายๆ แต่เกมนี้เขากลับมาเป็น "มอนสเตอร์" ที่ยืนรอรับบอลในกรอบแล้วจัดการอย่างเยือกเย็น ส่วนเชียร์กี้นั้นไม่ใช่แค่เด็กปั้นอนาคตไกลอีกต่อไป เขากำลังกลายเป็นผู้เล่นระดับโลกที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ในพริบตา
นี่คือสัญญาณเตือนสำหรับอาร์เซนอลอย่างแท้จริง เพราะถ้าซิตี้กลับมาเล่นได้แบบนี้ต่อเนื่อง อาร์เซนอลที่นำอยู่จะเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล ทุกแมตช์ที่เหลือจะกลายเป็นนัดชิงไปโดยปริยาย และถ้าปืนใหญ่สะดุดแม้แต่เกมเดียว โอกาสที่เรือใบจะแซงขึ้นไปยืนจุดสูงสุดก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ฟอร์มเกมรุกที่กลับมาคมกริบอีกครั้งของซิตี้ บวกกับความเข้าใจกันระหว่างเชียร์กีและฮาลันด์ ที่เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้การลุ้นแชมป์ในปีนี้สนุกกว่าเดิมมาก เพราะไม่ใช่แค่ทีมเดียวที่วิ่งนำ แต่มีสองม้าตัวโตกำลังวิ่งคู่กัน และใครที่คิดว่าซิตี้หมดแรงแล้ว ขอบอกเลยว่าคุณกำลังดูผิดม้า
สรุปแบบไม่ต้องเดากันให้เสียเวลา: ถ้าเชียร์กีกับฮาลันด์ยังเล่นแบบนี้ได้ต่อเนื่อง และเป๊ปไม่พลาดในการบริหารเกมอีก แมนฯ ซิตี้มีของพอจะเบียดอาร์เซนอลตกบัลลังก์ได้จริง ไม่ใช่แค่ฝันกลางวัน แต่การแข่งขันมันเพิ่งเริ่ม และความกดดันตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ฝั่งปืนใหญ่แล้วต่างหาก
ที่มา: ESPN FC — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 4
กำลังโหลดความคิดเห็น...