วิเคราะห์แทคติก
TACTICS
ตลาดนักเตะไม่ใช่หน้าต่างบานเดียว แต่เป็น "หน้าต่างร้อยบาน" ที่แต่ละสโมสรแง้มมองโลกคนละมุม
สเปอร์สเพิ่งงัดหน้าต่างที่ลีวายตอกตะปูปิดเอาไว้ แมนฯ ซิตี้รื้อกรอบกระจกทิ้งหมด ขณะที่บางทีมยังงมหากุญแจไม่เจอ — นี่คือภาพจริงของตลาดซื้อขายที่ไม่ได้เหมือนกันทุกสโมสร
ทีมข่าว KickTH
⏱ อ่าน 4 นาที
พูดกันตามตรงนะ เพื่อนๆ เราเรียกมันว่า "ตลาดซื้อขายนักเตะ" แต่ความจริงมันไม่ได้เป็นหน้าต่างบานใหญ่บานเดียวที่ทุกคนเปิดพร้อมกันแบบห้างสรรพสินค้าเปิดประตูตอนสิบโมงเช้าหรอก มันคือภาพรวมของหน้าต่างหลายสิบหลายร้อยบานที่แต่ละสโมสรมีเป็นของตัวเอง แต่ละบานอยู่ในสภาพที่ต่างกันสุดขั้ว บางบานเปิดอ้าแขนรับลม บางบานพังจนซ่อมไม่ได้ และบางบานก็โดนทาสีทับจนแทบไม่รู้ว่าตรงนั้นมีหน้าต่างอยู่
ลองดูตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ — สเปอร์ส เพิ่งจะงัดหน้าต่างของตัวเองออกได้หลังจากที่ "คุณลีวาย" คนก่อนหน้านั้นจงใจทาสีทับบานหน้าต่างจนมิดชิด แถมยังตอกตะปูปิดอีกชั้น ตลาดซื้อขายทั้งฤดูร้อนที่ผ่านมา หน้าต่างบานนี้จึงปลิวไสวไปตามลมเหมือนประตูมุ้งลวดของบ้านผีสิงที่เปิดทิ้งไว้ทั้งคืน เปิดออกก็เห็นแต่ความมืด ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้
ขณะที่อีกขั้วหนึ่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้แค่เปิดหน้าต่าง แต่รื้อกรอบกระจกออกจนหมดทั้งบาน ปล่อยให้ของแพงๆ เคลื่อนเข้าออกได้อย่างอิสระทั้งสองทิศทาง ไม่มีอะไรมาขวางกั้น ไม่ต้องรอใครอนุญาต เงินไหลออก เตะไหลเข้า สะดวกสุดๆ จนมีสุภาพบุรุษถือคลิปบอร์ดมายืนตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง บอกว่าจะกลับมาบอกผลตรวจทีหลัง — ฟังดูคุ้นๆ เหมือนรอผลตรวจร่างกายนักเตะใช่ไหมล่ะ
แล้วอีกเรื่องที่ต้องพูดถึง — มีแฟนบอลคนหนึ่งชื่อ ฟิล ทาฟเนอร์ เขียนจดหมายมาล้อเลียนสถานการณ์ของ ซาวิญโญ ที่เพิ่งย้ายจากแมนฯ ซิตี้ไปสเปอร์ส แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนชื่อจาก Savinho เป็น Sávio แล้วยิงประตูเปิดตัวได้ในนัดแรกทันที แฟนคนนี้เลยบอกว่าขอเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น "โนเบิล ฟรานซิส" บ้าง เผื่อจะได้มีอัตราการตีพิมพ์จดหมายในคอลัมน์นี้สูงขึ้น — ฮาได้จริงๆ แต่ก็แฝงนัยยะที่เจ็บปวดสำหรับแฟนเรือใบไม่น้อย
สิ่งที่คอลัมนิสต์ของ The Guardian สื่อถึงคือความไม่เท่าเทียมกันของ "อำนาจ" ในตลาดนักเตะ มันไม่ยุติธรรมตั้งแต่แรกอยู่แล้วที่บางสโมสรมีหน้าต่างบานใหญ่บานโตเปิดรับลมเย็นสบาย ขณะที่อีกหลายสโมสรต้องแอบมองผ่านรอยแตกของบานประตูที่ผุพัง และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการเปรียบเทียบ "ตลาดซื้อขาย" ของแต่ละทีมด้วยมาตรฐานเดียวกันมันไม่เคยแฟร์เลยสักครั้ง
และอีกหนึ่งประเด็นที่คอลัมน์นี้หยิบมาล้อเลียนอย่างจงใจ — การเห็นนักเตะค่าตัวร้อยล้านในสโมสรเงินล้านล้าน วิ่งไปฉลองประตูกับทีมลีกรองอย่างสุดเหวี่ยงทั้งที่เพิ่งแพ้ดาร์บี้แมตช์มาหมาดๆ (ถึงจะเป็นแค่เบรนท์ฟอร์ด แต่ก็นับว่าเป็นดาร์บี้ในความรู้สึกของแฟนๆ อยู่นั่นแหละ) มันคือความตลกของฟุตบอลสมัยใหม่ที่เราทุกคนเห็นแต่ไม่มีใครกล้าพูด
หน้าต่างของแต่ละสโมสรในฤดูกาลนี้
สเปอร์ส — เพิ่งงัดเปิดได้ หลังโดนทาสีทับปิดสนิททั้งฤดูร้อน ยังแกว่งไปมาไม่นิ่ง
แมนฯ ซิตี้
รื้อกรอบกระจกทิ้งหมด ของเข้าออกคล่องตัว ไม่มีอะไรกั้น
ทีมอื่นๆ ที่เหลือ
ยังอยู่ในสภาพ "รอการตรวจสอบโครงสร้าง" จากสุภาพบุรุษถือคลิปบอร์ด ที่บอกว่าจะกลับมาพร้อมคำตอบทีหลัง
ที่แมนฯ ซิตี้แพ้ดาร์บี้แล้วไปยิงทีมลีกล่างแล้วฉลองสุดชีวิต มันไม่ใช่แค่เรื่องมารยาทหรือน้ำใจนักกีฬาอีกต่อไป แต่มันคือภาพสะท้อนของวัฒนธรรมฟุตบอลยุคใหม่ที่ "ความสุขชั่วขณะ" ถูกซื้อได้ด้วยเงิน และการเอาชนะใครสักทีมหนึ่งมันมีความหมายน้อยลงทุกที ถ้าคุณเพิ่งเสียศักดิ์ศรีในเกมใหญ่มาหมาดๆ
สุดท้ายนี้ ขอบคุณฟิล ทาฟเนอร์ และ โนเบิล ฟรานซิส (หรือใครก็ตามที่เปลี่ยนชื่อไปแล้ว) ที่ทำให้เราเห็นว่าการเปลี่ยนชื่ออาจเปลี่ยนดวงได้จริง — แต่สำหรับนักเตะอย่างซาวิญโญ การเปลี่ยนชื่อคงไม่ช่วยอะไร ถ้าฟอร์มการเล่นยังเหมือนเดิม
ตลาดซื้อขายนักเตะไม่เคยยุติธรรม และจะไม่มีวันยุติธรรม เพราะแต่ละสโมสรมีหน้าต่างคนละบาน สภาพคนละแบบ และอำนาจคนละระดับ — อย่าไปวัดกันที่จำนวนเงินที่ใช้ แต่วัดที่ "ความสามารถในการใช้เงินให้เกิดผล" ต่างหาก สเปอร์สเพิ่งค้นพบวิธีเปิดหน้าต่างของตัวเอง แมนฯ ซิตี้รื้อทั้งบานไปแล้ว ส่วนทีมที่เหลือก็แค่หวังว่าสุภาพบุรุษถือคลิปบอร์ดจะกลับมาพร้อมข่าวดีสักที
ที่มา: The Guardian Football — อ่านต้นฉบับ
ความคิดเห็น 5
กำลังโหลดความคิดเห็น...